วิวัฒนาการของทีวีดิจิตอล
เดิมทีการส่งรายการโทรทัศน์จะส่งด้วยสัญญาณระบบอนาล็อก แต่เมื่อมีสถานีส่งโทรทัศน์มากขึ้นก็เกิดปัญหาการรบกวนเกิดขึ้น เพราะคลื่นความถี่มีจำนวนจำกัด การส่งโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกนั้น ในเมืองเดียวกันจะส่งความถี่ใกล้เคียงกันไม่ได้ ต้องส่งช่องเว้นช่อง เช่นในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อมีการส่งช่อง 3 5 7 9 11 แล้ว จะส่งช่อง 2 4 6 8 10 12 ไม่ได้ ถ้าจะส่งช่อง 2 4 6 8 10 12 จะต้องส่งให้ห่างจากกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 200 กม. เช่นที่ จังหวัดนครสวรรค์ ระยอง หรือ ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีก อาทิ
1. สัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและแม่เหล็กอื่น ๆ ทำให้ภาพไม่คมชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องในช่องต่ำ
2. สัญญาณที่ส่งมาจากสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์อื่นๆ มารบกวนทำให้รับภาพและเสียงได้ไม่คมชัด
3. สัญญาณที่สะท้อนจากตึก สิ่งปลูกสร้าง หรือภูเขา ทำให้เกิดเงาที่ภาพบนจอเครื่องรับโทรทัศน์ ทำให้รับภาพได้ไม่ชัดเจนและน่ารำคาญ
4. เนื่องจากไม่สามารถบีบอัดสัญญาณได้ จึงต้องใช้ความถี่มากทำให้มีสถานีได้น้อย
5. การที่จะส่งสัญญาณอื่นๆ ร่วมไปด้วยทำได้โดยยาก
อย่างไรก็ตามเหตุผลที่สำคัญในการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์จากอนาล็อกไปสู่ดิจิตอลคือ การมีช่องสัญญาณน้อยไม่พอใช้ จึงต้องนำระบบดิจิตอลมาแก้ปัญหาเพื่อให้มีช่องสัญญาณออกอากาศรายการได้มากขึ้นกว่าเดิม
การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลนั้นได้เริ่มต้นโดยการส่งสัญญาณผ่านทางดาวเทียมและโทรทัศน์ทางสาย หรือ เคเบิ้ลทีวี (cable television) และเนื่องจากระบบดิจิตอลนี้ ควบคุมได้ง่าย การสั่งการทำได้ง่าย จึงเกิดโทรทัศน์แบบมีปฏิสัมพันธ์ 2 ทางเกิดขึ้นและเกิดการให้บริการแบบใหม่ๆ เช่น รายการเพย์เพอร์วิว (pay per view) หรือการรับชมรายการที่ต้องจ่ายเงินเป็นรายเรื่องตามเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด และ วิดิโอ ออน ดีมานด์ (video on demand) คือ การรับชมรายการใดรายการหนึ่งตามเวลาที่สะดวกของผู้ชม ส่วนการรับสัญญาณนั้น เครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้อยู่เดิมต้องมีความสามารถในการรับสัญญาณได้ด้วย ดังนั้นหากใครต้องการที่จะชมรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมก็ต้องมีจานรับสัญญาณประกอบกับอุปกรณ์ร่วม คือ กล่องไออาร์ดี (integrated receiver decoder: IRD) ซึ่งต้องนำมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์ จึงจะสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบดิจิตอลได้ ส่วนระบบเคเบิ้ลทีวีแบบเดิมก็มีกล่องรับสัญญาณ (set top box) ซึ่งทำหน้าที่แปลงสัญญาณโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกและเปลี่ยนช่องสัญญาณส่งเข้าเครื่องรับโทรทัศน์ และเนื่องจากการรับส่งสัญญาณเหล่านี้เป็นระบบดิจิตอล การควบคุมก็จะทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น การสั่งฉายภาพยนตร์เรื่องที่ต้องการก็สามารถสั่งได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ การเปลี่ยนช่องสัญญาณและการปรับแต่งต่างๆ ก็ทำได้ง่ายเช่นกัน
ในขณะที่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมีการขยายกิจการมากขึ้น มีการถ่ายทอดรายการข้ามโลกและครอบคลุมพื้นที่บริการมากขึ้น เคเบิ้ลทีวีก็พัฒนาระบบมากขึ้น มีการให้บริการมากขึ้น ดังนั้นโทรทัศน์ที่ส่งด้วยสายอากาศทางภาคพื้นดิน ก็ต้องมีการปรับตัวโดยการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอลเพราะต้องการช่องสัญญาณมากขึ้น มีความพยายามที่จะเพิ่มสถานีโทรทัศน์ให้มากขึ้นโดยการใช้ช่องสัญญาณความถี่ในย่านยูเอชเอฟ นอกจากนั้นยังมีความพยายามทำให้รายการมีคุณภาพมากขึ้นโดยเพิ่มความคมชัดด้วยระบบความละเอียดสูงที่เรียกว่า เอชดีทีวี (High Definition Television: HDTV)
ทีวีดิจิตอลในประเทศญี่ปุ่น
(สรุปโดย ผศ.ดร.ชาลิสา มากแผ่นทอง)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศในเอเชียที่มีความโดดเด่นด้านระบบโทรทัศน์เพื่อสาธารณะ ซึ่งรู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม Nippon Hoso Kyokai (NHK) สถานีโทรทัศน์แห่งนี้เป็นสถานีเก่าแก่ นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี พ.ศ. 2493 ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกาได้รับคัดเลือกให้เข้ามาดูแลประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 6 ปี (พ.ศ. 2488 – พ.ศ. 2495) ในช่วงเวลานี้เองที่ระบบโทรทัศน์ของญี่ปุ่นได้มีการเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุว่า NHK เป็นเพียงสถานีโทรทัศน์เพียงแห่งเดียวของชาติ และเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ดำเนินการและกำกับโดยรัฐบาลญี่ปุ่น ในฐานะผู้ดูแลการปรับปรุงประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาได้อ้างเหตุผลว่า สภาพการณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการผู้ขาดในกิจการโทรทัศน์ และหากปล่อยให้รัฐบาลกำกับสถานีโทรทัศน์ต่อไป รัฐบาลอาจพยายามผูกขาดเนื้อหาข่าวสารที่จะนำไปสู่การครอบงำความคิดของภาคประชาชนได้ สหรัฐจึงได้เสนอให้มีการดำเนินการปรับเปลี่ยนให้สถานีโทรทัศน์ NHK กลายเป็นองค์กรอิสระในรูปของบริษัท ดำเนินการโดยได้รับความสนับสนุนจากภาครัฐและใช้เงินดำเนินการบางส่วนจากการเรียกเก็บภาษีเครื่องรับโทรทัศน์จากภาคประชาชน
จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น ระบบโทรทัศน์ของญี่ปุ่นจึงได้แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ สถานีโทรทัศน์ประเภทบริการสาธารณะและสถานีเชิงการค้า โดย NHK ในฐานะสถานีสาธารณะเพียงสถานีเดียวที่ออกอากาศครอบคลุมทั่วประเทศ มีสถานีโทรทัศน์ระบบ VHF 2 แห่ง และระบบ Broadcast Satellite (BS) จำนวน 2 แห่ง ในส่วนของสถานีโทรทัศน์เชิงการค้านั้น ประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทสื่อสารที่ดำเนินการกิจการวิทยุและโทรทัศน์ทั้งสิ้น 177 แห่ง ในจำนวนนี้ มีบริษัทจำนวน 36 แห่งที่ให้บริการทั้งด้านโทรทัศน์และด้านวิทยุกระจายเสียง มีบริษัทจำนวน 82 แห่งที่ให้บริการเฉพาะด้านโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว และอีก 59 บริษัทที่ให้บริการเฉพาะด้านวิทยุกระจายเสียง (Japan, n.d.)
ในส่วนของสถานีโทรทัศน์เชิงการค้าในประเทศญี่ปุ่นนั้น มีสถานีโทรทัศน์เครือข่ายประเภทฟรีทีวีที่โดดเด่น 5 แห่ง คือ Nippon Television, TBS, Fuji Television, TV Asahi และTV Tokyo ซึ่งสถานีเครือข่ายเหล่านี้มีหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของประเทศเป็นเจ้าของทั้งสิ้น นั่นคือ หนังสือพิมพ์ Yomiuri เป็นเจ้าของเครือข่าย Nippon Television หนังสือพิมพ์ Mainichi เจ้าของเครือข่าย TBS หนังสือพิมพ์ Sankei เป็นเจ้าของเครือข่าย Fuji Television หนังสือพิมพ์ Asahi เป็นเจ้าของเครือข่ายโทรทัศน์ TV Asahi และหนังสือพิมพ์ Nikkei เป็นเจ้าของเครือข่าย TV Tokyo (Japan, n.d.) โดยสถานีเหล่านี้มีสถานีท้องถิ่นที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศเป็นสถานีลูกข่ายออกอากาศรายการที่ส่งมาจากสถานีแม่ข่ายประมาณร้อยละ 80 นอกจากนี้ยังมีสถานีโทรทัศน์ที่อีกหนึ่งแห่ง ที่ออกอากาศเพียงรายการประเภทภาพยนตร์ อย่างเดียว ซึ่งเป็นที่นิยมมากคือ WOWOW โดยการรับชมรายการจากสถานีดังกล่าวนี้จะอยู่ในลักษณะการจ่ายค่าสมาชิกเพื่อรับชม (Television in Japan, 2012) ซึ่งข้อมูลในปี พ.ศ. 2544 สถานี WOWOW มีผู้ชมบอกรับเป็นสมาชิกมากถึง 2.7 ล้านคน ขณะที่ NHK มีสมาชิก 10.6 ล้านคน (Japan, n.d.)
ประเทศญี่ปุ่นริเริ่มระบบโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดิน (Digital Terrestrial Television Broadcasting – DTTB) ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2546 โดยเริ่มทดลองออกอากาศใน 3 เมืองใหญ่คือ โตเกียว โอซาก้าและนาโกยา โดยรัฐบาลญี่ปุ่นวางแผนยุติการการส่งโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกในช่วงกลางปี 2554 (Asami, 2005) ซึ่ง ในเวลาต่อมารัฐบาลได้ออกประกาศให้การออกอากาศในระบบดิจิตอลให้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 (Television in Japan, 2012; Yasu & Eki, 2011)
ความเคลื่อนไหวในด้านภาคประชาชนนั้น พบว่า ข่าวสารเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบโทรทัศน์สู่ดิจิตอลได้กระตุ้นยอดขายเครื่องรับโทรทัศน์แบบดิจิตอลเป็นอย่างมาก โดยยอดขายเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 63 (Yasu & Eki, 2011) นอกจากนี้บริษัทวิจัย DisplaySearch รายงานว่า ในบรรดาบริษัทผู้ผลิตชั้นนำ ชาร์ปเป็นบริษัทที่มียอดจำหน่ายโทรทัศน์ดิจิตอลสูงที่สุด ขณะที่บริษัท GfK Marketing Services Japan Ltd กล่าวว่ายอดขายเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิตอลปรับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 เพียง 3 สัปดาห์ก่อนการเปลี่ยนเข้าสู่ระบบดิจิตอล (Yasu & Eki, 2011)
ในบรรดาประเทศในเขตเอเชีย ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีโทรทัศน์ล้ำหน้ามาก เมื่อครั้งที่สหรัฐอเมริกาจัดการแข่งขันเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบโทรทัศน์สู่ดิจิตอลในช่วงประธานาธิบดีเรแกน ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสามกลุ่มวิศวกรรมที่สหรัฐอเมริกาสนใจที่จะให้การยอมรับระบบ HD-MAC แต่ติดขัดที่ระบบดังกล่าวของญี่ปุ่นเป็นการส่งสัญญาณแบบอนาล็อกผ่านดาวเทียม (Direct Broadcast Satellite) ในท้ายที่สุดประเทศสหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใจเลือกกลุ่ม The Grand Alliance ที่นำเสนอระบบดิจิตอล แบบ ATSC DTV system ในปัจจุบันญี่ปุ่นเลือกใช้ระบบดิจิตอลที่ตนเองคิดค้นขึ้นเรียกว่า The Integrated Services Digital Broadcasting (ISDB) ซึ่งเป็นระบบดิจิตอลที่ใช้ทั้งสื่อโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง ระบบดังกล่าวนี้เข้ามาทดแทนระบบ MUSE Hi-vision ซึ่งเป็นระบบอนาล็อกแบบ HDTV ที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 (“Japan Ends,” 2011) ทั้งนี้แม้ประเทศทางยุโรปและสหรัฐอเมริกาจะตัดสินใจเลือกใช้ระบบอื่น แต่ระบบ ISDB-T (terrestrial) ของญี่ปุ่นก็ได้รับการนำไปใช้ในประเทศบราซิลและอีกหลายประเทศในแถบอเมริกาใต้ (ISDB, 2012) รวมทั้งประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ในภูมิภาคอาเซียนก็ได้ตัดสินใจเลือกระบบ ISDB-T ของญี่ปุ่นด้วย (“News 5 InterAksyon,” 2011; Kawasaki, 2010) ระบบ ISDB-T ของญี่ปุ่นนี้สามารถปรับใช้ได้ทั้งในแบบ HDTV และ SDTV สำหรับการรับสัญญาณนั้น ระบบ ISDB-T สามารถรับได้โดยตรงจากเครื่องรับโทรทัศน์ที่อยู่ในระบบ Hi-Vision ปรับจอภาพได้สัดส่วน 16:9 ซึ่งมีโทรทัศน์ 2 รูปแบบที่สามารถรับได้คือ Plasma Display Panel (PDP) และ Liquid Crystal Display (LCD) แต่หากผู้ชมไม่มีเครื่องรับโทรทัศน์ทั้ง 2 รูปแบบข้างต้นจะต้องติดตั้งอุปกรณ์แปลงสัญญาณ (set top box) ก่อนจึงจะรับชมรายการโทรทัศน์ดิจิตอลได้ (Television in Japan, 2012)
สำหรับประวัติความเป็นมาของการออกอากาศสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดินนั้นริเริ่มโดย The Telecommunications Technology Council (TTC) จากนั้นได้นำเข้าสู่การพิจารณาและศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคโดย The Association of Radio Industries and Businesses (ARIB) (Tsuchida et al., n.d.) การทดสอบระบบได้นำไปสู่การตัดสินใจยอมรับระบบ ISDB-T ในปี พ.ศ. 2542 จากนั้นรัฐบาลได้ดำเนินการทดลองออกอากาศใน 11 เขตพื้นที่ทั่วประเทศทั้งระบบโทรทัศน์ (Digital Terrestrial Television Broadcasting-DTTB) และ ระบบวิทยุ (Digital Terrestrial Sound Broadcasting-DTSB) ควบคู่กันไป
ในส่วนของระบบ ISDB-T ภาคโทรทัศน์ (DTTB) นั้นรัฐบาลได้กำหนดไว้ว่าสถานีโทรทัศน์จะต้องดำเนินการออกอากาศในรูปแบบ HDTV 1080i มากกว่าร้อยละ 50 ที่เหลือจึงอนุญาตให้ออกอากาศได้ในรูปแบบ SDTV ในการเตรียมความพร้อมนี้ บริษัทผู้ผลิตได้พัฒนาเครื่องรับโทรทัศน์ให้มีอุปกรณ์ที่สามารถปรับสัญญาณได้จาก 3 แหล่งสัญญาณคือ ดิจิตอลภาคพื้นดิน ดิจิตอลผ่านดาวเทียม และดิจิตอลผ่านอินเทอร์เน็ต (Asami, 2005) ซึ่งในการดำเนินการนั้น รัฐบาลได้ประกาศให้ใบอนุญาตดำเนินการโทรทัศน์ระบบดิจิตอลในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2546 แก่สถานีโทรทัศน์แม่ข่ายจาก 3 เมืองใหญ่คือ โตเกียว โอซาก้า และนาโกยา ในการนี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดรายละเอียดเงื่อนไขการออกอากาศไว้หลายประการ คือ 1) ในแต่ละวันสถานีโทรทัศน์แม่ข่ายทั้ง 3 แห่งจะต้องออกอากาศระบบดิจิตอลมากเท่ากับ 2 ใน 3 ส่วนโดยออกควบคู่ไปกับระบบอนาล็อก 2) ครึ่งหนึ่งของรายการที่ออกอากาศในแต่ละสัปดาห์ต้องเป็นรายการในระบบ HDTV 3) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการด้านการรับฟังและคนชรา สถานีโทรทัศน์ควรจัดทำอักษรวิ่งด้านล่าง (subtitles) เพื่อให้ผู้ชมกลุ่มพิเศษนี้สามารถเข้าใจเนื้อหารายการได้ 4) สถานีแม่ข่ายเหล่านี้จะต้องเร่งขยายการออกอากาศระบบดิจิตอลไปยังสถานีท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบโดยเร็ววัน แต่กำหนดไม่ให้เกินหลังการประกาศยุติการออกอากาศในระบบอนาล็อก ซึ่งพบว่าสถานีเครือข่ายเหล่านี้สามารถดำเนินการครอบคลุมภูมิภาคทั้งสามในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 และ 5) ฝ่ายวิศวกรรมของสถานีผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกด้านอุปกรณ์แปลงสัญญาณ เพื่อให้ภาคประชาชนสามารถรับชมรายได้อย่างไม่ติดขัด รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ภาคประชาชนได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงหมายเลขช่องที่ออกอากาศในระบบดิจิตอลด้วย (Asami, 2005; The Association for Promotion of Digital Broadcasting, n.d.)
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนการส่งสัญญาณโทรทัศน์สู่ระบบดิจิตอลอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2554 โดยมีองค์กร The Association for Promotion of Digital Broadcasting ดำเนินการประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงระบบแก่สาธารณชน โดยใช้กิจกรรมใหญ่ด้านกีฬา 2 กิจกรรมคือ การแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศเยอรมันเป็นเจ้าภาพ ในปี พ.ศ. 2549 และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่ประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ ในปี พ.ศ. 2551 เป็นเครื่องกระตุ้นให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจติดตามรับชมรายการทั้งสองในระบบโทรทัศน์ดิจิตอลซึ่งให้ภาพและเสียงที่คมชัดมากกว่าระบบอนาล็อก ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้คาดหมายในขณะนั้นว่าการยอมรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลจะมีมากถึง 24 ล้านครัวเรือน และเมื่อถึงปี พ.ศ.2554 จะมีครัวเรือนจำนวน 48 ล้านครัวเรือน หรือ 127.8 ล้านคน ที่สามารถรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลได้ (Asami, 2005; Shinozawa, 2011; The World Development Indicators: Japan, 2012)
แผนภาพ: การขยายตัวของครัวเรือนเข้าสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอลในประเทศญี่ปุ่น

ที่มา: Asami (2005)
ในปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ระบบดิจิตอลได้อย่างสมบูรณ์แล้ว และรัฐบาลได้ประกาศยุติการออกอากาศในระบบอนาล็อกอย่างสิ้นเชิง คลื่นความถี่ที่เหลือ (digital dividen) สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ แก่ประชาชนชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะการให้บริการโทรทัศน์บนรถยนตร์หรือบนโทรศัพท์มือถือ (Minoru Sugaya, สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555)
แหล่งอ้างอิง
Japan: Mass Media. (n.d.). Foreign Press Center of Japan. Retrieved from http://fpcj.jp/old/e/mres/ publication/jp/massmedia/massmedia.html
Kawasaki, M. (2010) Switching On to ISDB-T Digital. Highlighting Japan. The Public Relations Office, the Government of Japan. Retrieved form http://www.gov online.go.jp/eng/publicity/book/hlj/html/201009/201009_08.html
Shinozawa, Y. (2011). Digital Broadcasting in Japan-Year 2011. Retrieved from
http://www.itu.int/ITU-D/eur/europe/2009-MRT Broadcasting/docs/090416%20 Digital% 20Switch%20in%20Japan.pdf
Television in Japan. (2012, August 17). Wikipedia. Retrieved from http://en. wikipedia. org/wiki/Television _in_Japan
Tsuchida, K., Iai, N., Masayuki, T., Nakahara, S., Moriyama, S. & Sasaki, M. (n.d.).
ISDB-T: Digital Terrestrial Television/Sound/Data Broadcasting in Japan. Asia-Pacific Broadcasting Union Technical Review, No. 189. Retrieved from http://www.nhk.or.jp/strl/publica /bt/en/pa0006.html
Yasu, M. & Eki, Y. (2011, July 24). Japan Ends All Analog TV Broadcasts in Asia’s First Transition to Digital. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/2011-07-24/japan-ends-analog-tv-broadcast-after-58-years-first-in-asia.html
ทีวีดิจิตอลดีอย่างไร
การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลนั้นก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ เช่น
1. ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากช่องสัญญาณได้มากขึ้น ปกติการใช้คลื่นความถี่ส่งสัญญาณโทรทัศน์ในระบบอนาล็อก 1 ช่องความถี่สามารถส่งรายการโทรทัศน์ได้ 1 ช่อง ใช้ได้ 1 รายการ เมื่อหันมาใช้ระบบดิจิตอล ซึ่งมีการบีบอัดสัญญาณแบบดิจิตอล (digital compression) ก็จะสามารถส่งรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลที่มีความคมชัดสูง (High Definition: HD ได้ถึง 4-6 รายการทางภาคพื้นดิน และสามารถส่งในระบบดิจิตอลแบบมาตรฐาน (Standard Definition: SD) ได้มากถึง 24 ช่องรายการ ตามมาตรฐาน DVB-T2 ในปัจจุบัน
2. สามารถให้บริการเสริมอื่นๆ ได้หลากหลายรูปแบบ
3. สามารถรับชมขณะอยู่ในพาหนะเคลื่อนที่ได้ เช่น รับโทรทัศน์บนรถยนต์ได้ชัดเจนในบางความถี่
4. สามารถให้บริการฟรี (Free to Air) หรือบริการเก็บค่าสมาชิก (Pay TV) ได้
5. ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศต่อรายการลดลง เพราะเครื่องส่ง 1 เครื่อง สามารถส่งได้หลายรายการ
6. สามารถพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ เพื่อรับกับวิวัฒนาการของการส่งและรับโทรทัศน์ในอนาคต เช่น โทรทัศน์จอกว้าง (wide screen) โทรทัศน์ความคมชัดสูง (HDTV) และโทรทัศน์ระบบสามมิติ
7. ประหยัดพลังงานในการส่งโทรทัศน์ เนื่องจากเครื่องส่งใช้กำลังออกอากาศลดลง
8. คุณภาพในการรับชมดีขึ้น ไม่มีภาพซ้อน การรบกวนเกิดขึ้นได้น้อย
แผนภาพ: การใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ของโทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดิน

ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิตอลของโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ยังทำให้เกิดคลื่นความถี่เหลือที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ (digital dividen) คลื่นความถี่ในส่วนที่รียกว่า digital dividen มักจะอยู่ระหว่างช่วงความถี่ VHF ที่ 174 – 230 เมกะเฮิร์ซ และระหว่างช่วงความถี่ UHF ที่ 470 – 862 เมกะเฮิร์ซ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งและขนาดของคลื่นความถี่ที่เหลือนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่ภายหลังจากการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิตอล คลื่นความถี่ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้หลายประการ เช่น การให้บริการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ขั้นสูง บริการโทรทัศน์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ การให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายทั้งแบบอยู่กับที่และแบบเคลื่อนที่ และการให้บริการเสริมอื่นๆ แก่การแพร่ภาพและกระจายเสียงรวมทั้งการจัดรายการต่างๆ
ทีวีดิจิตอลคืออะไร
โทรทัศน์ดิจิตอล (Digital television) คือการส่งผ่านเสียงและวิดีโอโดยสัญญาณดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งความคมชัดของภาพและเสียง การส่งข้อมูลแบบนี้สามารถส่งข้อมูลได้มากกว่าแบบอนาล็อกในหนึ่งช่องสัญญาณ จึงเรียกได้อีกอย่างว่า Multicasting และเนื่องจากการส่งสัญญาณเป็นแบบดิจิตอล จึงทำให้ได้คุณภาพของภาพและเสียงดีกว่าระบบอนาล็อกด้วย เช่น โทรทัศน์ดิจิตอลในระบบ HDTV ซึ่งมีความคมชัดมาก หลายประเทศมีการเปลี่ยนการรับสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอลแล้ว และเนื่องจากมีผู้โทรทัศน์ใช้กันทั่วโลก การเปลี่ยนระบบจากอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอล จึงต้องเปลี่ยนทั่วโลก ซึ่งคณะกรรมการสหภาพโทรคมนาคมสากล (International Telecommunication Union: ITU) ได้กำหนดมาตรฐานสำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลไว้ดังนี้
1) ระบบแพร่ภาพดิจิตอลผ่านดาวเทียม (Digital Video Broadcasting Satellite System: DVB-S) 2) ระบบแพร่ภาพดิจิตอลผ่านสายเคเบิ้ล (Digital Cable Delivery System: DVB-C) และ 3) ระบบแพร่ภาพดิจิตอลภาคพื้นดิน (Digital Terrestrial Television System: DVB-T)